ผู้เขียน หัวข้อ: ความปลอดภัย safety  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

14-06-2018 , 15:22:17
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 57975
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

หัวใจสำคัญของการทำงานคือการช่วยกันสร้างความปลอดภัยสำหรับการดำเนินการโดยวิธีการป้องกัน
(Passive หรือ Prevention) ไม่ให้เกิดขึ้น อาทิเช่น การฝึกฝนให้ความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องก่อนเข้าปฏิบัติงานการติดตามประเมินผลพฤติกรรมสำหรับในการปฏิบัติงานของพนักงาน รวมทั้งสภาพแวดล้อมสถานที่ทำงาน รวมทั้งโดยแนวทางคุ้มครองปกป้อง (Active หรือ Protection) เป็นต้นว่า การนำเอาอุปกรณ์ภายนอกมาปกป้องรักษาอวัยวะ ปกปิดผลิตภัณฑ์ และก็ปกคลุมเครื่องจักรที่จำเป็นต้องต่อการปฏิบัติงาน เพื่อผ่อนหนักให้เบาลงเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยสำหรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำต้องยึดหลักการ 3E ดังเช่น การใช้วิชาความรู้ด้านวิชาการ ด้านวิศวกรรมศาสตร์-(Engineering- E)หมายถึงในด้านการออกแบบ และก็คำนวณเครื่องจักร อุปกรณ์ ที่มีสภาพการใช้แรงงานที่ปลอดภัยที่สุด การติดตั้งเครื่องป้องกันอันตรายให้แก่ส่วนที่เคลื่อน หรืออันตรายของเครื่องจักร การวางแผนผังโรงงานระบบกระแสไฟฟ้า แสงไฟ เสียง การถ่ายเทอากาศ ฯลฯ
การให้การเรียน หรือการฝึกอบรม-(Education-E)เป็นแล้วก็แนะนำคนงาน หัวหน้างาน ตลอดจน
ผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ให้มีความสามารถสำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันอุบัติเหตุ และก็การผลิตความปลอดภัยในงานให้ทราบว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้น รวมทั้งปกป้องได้เช่นไร และจะปฏิบัติงานแนวทางใดจะไม่เป็นอันตรายที่สุด ฯลฯ
การใช้มาตรการบังคับควบคุม-(Enforcement-E)เป็นการกำหนดการทำงานอย่างปลอดภัย แล้วก็การควบคุมบังคับอย่างเป็นจริงเป็นจังและเข้มงวดกัดขัน ให้คนงานกระทำตามเป็นระเบียบปฏิบัติ รวมทั้งจำเป็นต้องประกาศให้ทราบทั่วหากคนไหนฝ่าฝืน หรือไม่ประพฤติตามจะต้องถูกลงโทษ เพื่อเกิดจิตสำนึก เกิดเป็นวัฒนธรรมหน่วยงานขึ้น และเลี่ยง ความประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกจะต้อง หรือก่อให้เกิดอันตราย ถ้าพินิจความปลอดภัยสำหรับในการปฏิบัติงาน ถูกระบุเป็นกฎหมายบังคับใช้ในด้านต่างๆซึ่งจำเป็นต้องศึกษาเล่าเรียนรวมทั้งประพฤติตามอย่างเคร่งครัด แล้วก็การทำงานจริงจะต้องเรียนเนื้อหาเยอะขึ้นเพื่อให้มีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งเกี่ยวพันกับด้านบุคคลพนักงาน สถานที่ทำงานเครื่องจักรเครื่องไม้เครื่องมือ และก็สิ่งแวดล้อมในดำเนินงาน เป็นต้น
ความปลอดภัยเกี่ยวกับที่อับอากาศ
เรื่องเศร้าที่เกิดจากการทำงานในสถานที่อับอากาศครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนหน้าที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอยู่กับคนงานทำความสะอาดห้องเก็บของใต้ท้องเรือขนาดใหญ่ คนงานซ่อมบำรุง หนองน้ำทิ้ง ฯลฯมีผลให้คนงานที่แม้ว่าจะแข็งแรงมากมายเจออันตรายสูญเสียชีวิตแล้วก็ในปริมาณนี้มักเพิ่มเติมชีวิตของผู้ร่วมงานที่บากบั่นจะเข้าไปให้ ความช่วยเหลือผู้ เคราะห์ไม่ดีพวกนั้นด้วยอุบัติเหตุดังที่กล่าวผ่านมาแล้วจะเกิดขึ้นต่อไปอีกแม้ผู้ปฏิบัติงานแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องขาดความรู้เกี่ยวกับอันตรายแล้วก็แนวทางการทำงานในสถานที่อับอากาศ
สถานที่อับอากาศ หมายถึง สถานที่ที่มีอากาศหรือปริมาณก๊าซออกชิเจนบางเบาไม่เพียงพอต่อการหายใจ มีจำนวนแก๊สออกชิเจนในบรรยากาศน้อยกว่า 19.5% ซึ่งมีน้อยเกินไปต่อการหายใจสถานที่ที่มีก๊าชพิษหรือแก๊สพิษสะสมอยู่ อาทิเช่น บ่อหมักต่างๆบ่อน้ำเสีย ผิวน้ำเสียทางระบายน้ำที่ปิดทึบท่อน้ำเสียขนาดใหญ่สถานที่ที่มีการถ่ายเทอากาศหรือระบายอากาศไม่ดีพอ อาทิเช่น ห้องใต้ดิน บ่อลึก อุโมงค์ ถังที่ปิดฝาตลอดเวลา ท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ สถานที่ที่มีอากาศเบาบาง เช่น พื้นทีเหนือฝ้าเพดาน ถังสูงๆที่เปิดฝาทิ้งเอาไว้เตาเผาขนาดใหญ่
สาเหตุของการตาย ระหว่างทำงานในสถานที่อับอากาศการเสียชีวิตได้ง่ายในสถานที่อับอากาศขณะเข้าการทำงานต้นเหตุมาจากขาดออกสิเจนสำหรับการหายใจ หรือหายใจเอาก๊าซพิษที่คงหลงเหลืออยู่ในสถานที่นั้น หรือ ก๊าชพิษมีสาเหตุจากการเข้าไปทำงานในถังยิ่งไปกว่านี้ยังมีภัยที่เกิดขึ้นจากการปะทุรวมทั้งอัคคีภัยด้วย
ก. ส่วนมากไม่รู้เรื่องว่าในสถานที่ที่เข้าไปเป็นที่อับอากาศ
ข. จำนวนมากไม่ให้ความสำคัญหัวข้อการระบายอากาศ สำหรับสถานที่ที่อับอากาศ
ค. ส่วนมากเข้าใจผิดคิดว่าในสถานที่ที่เข้าไปมีออกซิเจนเพียงพอเพราะเหตุว่ายังหายใจได้อยู่ร่างกายใช้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในกระแสเลือด เมื่อใช้ออกซิเจนหมดจากเลือดจะสลบโดยทันที (ภายใน 3-5 นาที)
ง. การหมดสติมีต้นเหตุที่เกิดจาก ออกสิเจนในเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยเกินไป
จังหวัด โดยมากไม่เคยทราบว่ามีก๊าซพิษปนเปื้อนมาก
ฉ. ส่วนมากเข้าใจว่าการสลบจากดมกลิ่นก๊าซพิษเข้าไปตามที่เป็นจริงขาดอากาศหายใจ
ความปลอดภัยสำหรับการดำเนินงานในสถานที่ที่มีอันตราย จากการตกจากที่สูง วัสดุกระเด็น ตกหล่น
และก็การชำรุดทลาย
การตกจากที่สูงเป็นต้นเหตุการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ลำดับที่หนึ่งในงานก่อสร้างเพราะว่าร่างกายตกลงมากระทบกับพื้นข้างล่างอย่างแรงตามความสูงที่พลัดหล่นลงมา กระดูกแตกหัก สมองกระทบกระเทือนอวัยวะของร่างกายฉีกจนขาดด้วยเหตุว่าร่างกายตกลงมาไปกระทบโดนสิ่งของต่าง ถูกบาด ถูกแทง
สิ่งที่ทำให้เกิดการเกิดอุบัติเหตุของการตกจากที่สูงการทำงานบนที่สูงพื้นที่แออัดคับแคบ มีที่ยึดรั้งน้อย การปรับสมดุลยร่างกายไม่ค่อยเสถียร มีแรงทำจากด้านนอก แรงลม แรงชนของสิ่งของสถานที่สำหรับทำงานอยู่ ของตกใส่ พื้นที่ยืนอยู่สั่นไหวไม่มั่นคงการเผอเรอ การเกิดอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นง่าย สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ สรุปได้ดังต่อไปนี้
กรัม การก้าวเดิน ยืนพลาด ลื่นไถล เดินสะดุดบนพื้นทางเดิน
ข. การโดนแรงด้านนอกปฏิบัติ ดังเช่นโดนอุปกรณ์พ่อระแทก กระแสลมพัด ของล่นใส่
ค. องค์ประกอบที่รองรับชำรุดทรุดโทรม พัง เสียหาย
หลักความปลอดภัยสำหรับในการดำเนินงานการคุ้มครองป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุจากการกระทำงาน ผู้ปฏิบัติการต้องตระหนักถึงความปลอดภัยตลอดระยะเวลาสถานที่สำหรับทำงานบนที่สูง เนื่องจากว่าไม่มีจังหวะพลาดได้ เพื่อเป็นการคุ้มครองป้องกันอันตรายจาก อุบัติเหตุจากการทำงานในที่สูงจำเป็นต้องปฏิบัติดังนี้
ก. การปฏิบัติตาม กฎกระทรวงกำ ครั้งดมาตรฐานในการบริหารแล้วก็การจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยรวมทั้งสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง พุทธศักราช 2551
ความปลอดภัยสำหรับในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
เครื่องจักรขณะที่ทำงานโดยส่วนมากจะใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนซึ่งจะหมุนเร็ว และก็แรง ตลอดเวลาการเกิดอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นง่าย และร้ายแรง ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตอยู่เสมอ
ต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักรจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับเครื่องจักร สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาจากนานาประการเหตุด้วยกัน และ สามารถพึงหลบหลีกได้ หรือ คุ้มครองป้องกันให้เกิดต่ำที่สุด ซึ่งสรุปต้นสายปลายเหตุที่เกิดได้ดังต่อไปนี้
ก. พฤติกรรมของคน
ก.1 การแต่งกายไม่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ปลดปล่อยผมยาวลอยละล่องไสวทำให้เครื่องจักรดึง หมุนม้วน
พันเข้าไป สวมเสื้อผ้าหละหลวมรุ่มราม แขวนแขวนเครื่องเพชรพลอยแกว่งออกมาเขลอะกะสวมรองเท้าแตะลื่นไถล
กรัม2 ความไม่มีความระมัดระวัง เผอเรอ มักง่าย ไม่รอบคอบ ดังเช่นว่า วางประแจไวบนฝาครอบ
เครื่องจักรกำลังหมุน เมื่อมีการสั่นประแจจะเลื่อนตกใส่เครื่องจักรกำลังหมุนแล้วก็เหวี่ยงออกมาโดน
กรัม3 ไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันภัยเฉพาะบุคคล ยกตัวอย่างเช่น แว่นสายตาปกป้องวัตถุกระเด็นใส่ตา
ขณะกลึง เจียร ตัด ไส เชื่อม ถุงมือคุ้มครองปกป้องการบาดและทิ่มแทง
ก.4 ขาดเผชิญการณการทำงานอย่างถูกทาง
ก.5 ขาดระเบียบสำหรับการดำเนินการ อาทิเช่น ไม่หยุดติดเครื่องขณะซ่อมแซมปรับแก้ใช้มือสัมผัสโดยตรง
แทนที่จะใช้เครื่องมือ
ข. ภาวะของเครื่องจักร
ข.1 นำเครื่องจักรชำรุดทรุดโทรมใช้งานไม่หยุดปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมก่อนใช้งาน
ข.2 เครื่องจักรขาดการบำรุงรักษา
ข.3 การใช้เครื่องจักรที่ไม่มีระบบคุ้มครองปกป้องอันตราย
ค. สิ่งแวดล้อมสำหรับในการดำเนินงาน
ค.1 การวางอุปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์เกะกะ ไม่เรียบร้อยเป็นระเบียบเรียบร้อย
ค.2 ไม่กำหนดขอบเขตพื้นที่ต่างๆสำหรับในการดำเนินงาน ทางจราจรคน ยานพาหนะขน
อุปกรณ์ให้กระจ่าง
ค.3 แสงสว่างที่เหมาะสมกับการทำงานในเครื่องจักร เช่น แสงไฟไม่พอ
ค.4 พื้นที่ปฏิบัติงาน เลอะน้ำมัน เปียกลื่น
หลักความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเพื่อเป็นการคุ้มครองปกป้องอันตรายจากอุบัติเหตุจากการกระทำงาน ขั้นแรกผู้ปฏิบัติการจำต้องเรียนรู้และก็รู้จักกฎความปลอดภัยในการดำเนินการ ดังนี้
ก. รับการฝึกอบรมสำหรับเพื่อการใช้เครื่องจักรอย่างถูกแนวทาง ก่อนควบคุมเครื่องจักร
ข. จำต้องเชื่อฟัง หรือทำตามคำบัญชาของหัวหน้างานผู้ควบคุมโดยครัดเคร่ง
ค. แต่งกายให้รัดกุมเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน ไม่สวมเครื่องเพชรพลอยต่างๆ
ง. ตรวจทานภาวะของวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร ว่าอยู่ในสภาพพร้อมปฏิบัติงานหรือเปล่า
จังหวัด ไม่ใช้วัสดุ เครื่องจักร ที่ยังมิได้รับคำชี้แนะวิธีการใช้
ฉ. จำต้องสวมอุปกรณ์ปกป้องอันตรายทุกหน เมื่อปฏิบัติการ
ช. ไม่เล่น หรือหยอกล้อกันในขณะทำงาน
เซลเซียส ถ้าเกิดวัสดุ อุปกรณ์หรือเครื่องจักรชำรุดทรุดโทรมขณะดำเนินงาน จำเป็นต้องแจ้งหัวหน้างานผู้ควบคุม
ทราบในทันที
ฌ. ถ้าหากอุบัติเหตุ ขณะปฏิบัติงาน จะต้องแจ้งหัวหน้างานผู้ควบคุมทราบโดยทันที
ญ. เมื่อเลิกทำงาน จะต้องทำความสะอาดเครื่องมือ เครื่องใช้ไม้สอย เครื่องจักร พื้นโรงงานให้สะอาดปราศจากเศษโลหะ แล้วก็คราบเปื้อนน้ำมัน
ฎ. งานแต่ละจำพวก จะมีกฎความปลอดภัยเฉพาะ ผู้ปฏิบัติงานจำต้องเรียน รวมทั้งประพฤติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
ฏ. ขณะดำเนินการ จะต้องเอาใจจดจ่ออยู่กับงานที่ตัวเองรับผิดชอบ อย่าเหม่อลอย
ฐ. ในการยกงานที่หนัก ควรจะจำเป็นต้องสำรวจก่อนว่า สามารถชูผู้เดียวได้หรือไม่ถ้าเกิดยกได้ควรที่จะใช้กล้ามเนื้อบริเวณขาช่วยชู เมื่อยล้ากขึ้นแล้ว พยายามยืดข้างหลังให้ตรง หากชูคนเดียวมิได้ควรจะเรียกสหายใกล้เคียงมาช่วยชู
ฑ. การถือเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องไม้เครื่องมือมีคมทุกประเภท ดังเช่น มีด สิ่ว สกัด อื่นๆอีกมากมาย ให้หันเอาคมตัดออกจากเพศผู้ถือ แล้วก็ควรระมัดระวังสำหรับการถือ
ฒ. เครื่องจักรแต่ละตัวต้องมี สวิทช์หยุดเร่งด่วน (Emergency Stop)
ความปลอดภัยสำหรับการกีฬายกน้ำหนัก
การวางแผนสำหรับเพื่อการยกของ วิธีการทั่วๆไปสำหรับการกำหนดแผนการชูของ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนยก มีดังตั้งแต่นี้ต่อไป
1. จำต้องประเมินน้ำหนักของอุปกรณ์ข้าวของ ว่าจะยกโดยลำพังเพียงผู้เดียวได้หรือเปล่า
2. ถ้าไม่สามารถที่จะชูได้ต้องหาคนช่วยยก ไม่ควรมานะชูเปลี่ยนที่สิ่งของสิ่งของที่หนักมากเพียงลำพัง
3. ตรวจภาวะบริเวณที่จะยกโดยรอบ ดังเช่นว่า จำเป็นต้องไม่มีเครื่องกีดขวางทาง มีเนื้อที่ว่างมากพอในการชูเปลี่ยนที่ พื้นต้องไม่ลื่น แล้วก็มีแสงสว่างพอเพียง ฯลฯ
4. ควรใช้เครื่องทุ่นแรงที่เหมาะสม เพื่อลดการใช้กำลังแรงงานคน
5. จัดวางตำแหน่งสิ่งของสิ่งของที่จะชู ไม่สูงเกินกว่าระดับไหล่
6. การทำงานกับวัสดุข้าวของที่มีน้ำหนักต่างๆกัน ปวดเมื่อยกของที่หนักแล้วให้สลับมายกของเบาเพื่อพักกล้ามเนื้อ รวมทั้งเพื่อช่วยลดความตึงตัวของกล้าม
7. ควรจะใช้ถุงมือ เพื่อคุ้มครองปกป้องการถลอก ขูดขีด และก็การเช็ดกบาดจากของมีคม แล้วก็สวมรองเท้านิรภัยเพื่อป้องกันการลื่นลื่น รวมทั้งปกป้องการเจ็บจากวัสดุสิ่งของร่วงทับ
การชูของที่ถูกวีธี
แบ่งเป็น การยกสิ่งของคนเดียว แล้วก็การยกสิ่งของด้วยคนสองคน
การชูวัสดุข้าวของผู้เดียว โดยวัสดุอยู่ในระดับพื้น
1. ยืนใกล้อุปกรณ์สิ่งของ วางเท้าให้ถูกต้องแล้วก็มีความยั่งยืนและมั่นคง เพื่อปกป้องการเสียสมดุลของร่างกาย
2. ย่อเข่าให้หลังเป็นแนวตรง เพื่อรักษาสภาพความโค้งงอของกระดูกสันหลังให้เป็นแถวตรง หรือเป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อแรงกดลงบนหมอนรองกระดูกสันหลังมีการกระจายตัวเท่าๆกัน
3. จับวัสดุข้าวของให้มั่นคงโดยใช้ฝ่ามือจับ เพื่อกันการลื่นหลุดมือ แล้วก็ถ้าหากเป็นไปได้ ควรมีที่จับหรือหูจับ เพื่อทำให้จับได้ถนัดแล้วก็ง่ายขึ้น
4. ควรจะให้แขนติดลำตัว ไม่ควรกางแขนออก และก็ให้สิ่งของสิ่งของที่จะยกอยู่ชิดกับลำตัวให้มากที่สุด เพื่อน้ำหนักของสิ่งของสิ่งของผ่านลงที่ต้นขาทั้งสองข้าง
5. ควรให้ตำแหน่งของหัวชมรมกับร่างกาย โดยให้ศีรษะแล้วก็กระดูกสันหลังอยู่ในแนวเดียวกัน เป็นอยู่ในแนวตรง ซึ่งจะก่อให้แลเห็นฟุตบาทได้แจ้งชัดในเวลาที่เอาขึ้นและเดิน
6. ค่อยๆยืดหัวเข่า เพื่อยืนขึ้นโดยใช้กำลังจากกล้ามเนื้อขา สะโพก ไหล่ แล้วก็ต้นแขน ในขณะที่ยืนขึ้น หลังจะอยู่ในแนวตรงหรือเป็นไปตามธรรมชาติ
การชูสิ่งของด้วยคนสองคน
เป็นลักษณะการช่วยชูวัสดุสิ่งของหนึ่งชิ้นด้วยคนจำนวนสองคน โดยชูที่ด้านหัวแล้วก็ด้านหลังของสิ่งของสิ่งของ ซึ่งใช้อาการการชูต้นแบบเดียวกับการชูคนเดียว สำหรับเพื่อการชูเปลี่ยนที่ ควรเอาขึ้นพร้อมกัน บางทีอาจใช้แนวทางนับหนึ่ง สอง สาม แล้วชู เป็นต้น และก็ควรจะใช้ความเร็วสำหรับเพื่อการชูเสมอกัน ในกรณีที่น้ำหนักด้านหัวและก็ด้านหลังของอุปกรณ์สิ่งของไม่เท่ากัน และจำเป็นต้องยกบ่อยมาก ผู้ชูทั้งคู่ควรจะกลับหัวกัน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ยืนติดวัสดุสิ่งของ วางเท้าให้ถูกต้องและมีความยั่งยืนมั่นคงเพื่อป้องกันการเยสมดุลของร่างกาย
2. ย่อตัวให้หลังเป็นแนวตรง เพื่อรักษา

Tags : อนุสรณ์ เบสเซฟ,bestsafe,ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้และอุปกรณ์งา่นช่างสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม แบบครบวงจร อาทิเช่น แว่นตานิรภัย | รองเท้าเซฟตี้ | ถุงมือ |วัสดุดูดซับนำ้มัน |อุปกรณ์ป้องระบบทางเดินหายใจ และอื่นๆ