ผู้เขียน หัวข้อ: เรียนพิเศษตัวต่อตัว ราคา | พัฒนา|ขยาย|เจริญ}ปัญญาให้ดีขึ้น ด้วยการเรียนพิเศษตัวต  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2018 , 09:45:11
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 58697
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

อาจปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในระยะเวลาที่มีการชิงชัยสูงในสังคมวิชาการอย่างเช่นในสมัยนี้ การเรียนให้ทันมนุษย์อื่น และมีปัญญาไปใช้สำหรับการสอบขันแข่ง คือข้อสำคัญที่เด็กนักเรียน นักเรียน ทุกมนุษย์ ต้องมีไว้เป็นของตน
แต่โดยธรรมชาติแล้ว สติปัญญาของคนเราไม่อาจจะรับความรู้ได้บริบูรณ์ 100% ในครั้งเดียวทุกคน บางมนุษย์อาจทำได้ แต่ก็มีมนุษย์จำนวนไม่น้อยที่ฟังครูสอนแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องในทันที แม้จะพยายามทบทวนบทเรียนด้วยตนเองแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนั้น การศึกษาพิเศษ จึงน่าจะมาเป็นสิ่งของเสริมที่ทำให้ผู้ไม่รู้เรื่องวิชา สามารถเก็บเกี่ยววิชาความรู้และศึกษากับมันได้มากขึ้น ซึ่งในสมัยปัจจุบัน มีระบบการศึกษาพิเศษหลากหลายแบบที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ทั้งการเปิดเป็นสถาบันสอนอย่างเป็นการเป็นงาน หรือการเปิดสอนแบบเป็นคน ๆ ไป อย่างที่เราเรียกกันว่า เรียนพิเศษตัวต่อตัว นั่นเอง และดูเหมือนว่าในสมัยปัจจุบัน การศึกษาพิเศษแบบตัวต่อตัวจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคล่องทั้งตัวผู้สอน และตัวผู้เล่าเรียน สามารถเลือกสรรบริเวณศึกษาได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องบากบั่นเดินทางไปยังสถาบันให้ลำบาก อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองสูง ไม่กดดัน ช่วยเหลือให้ผู้ศึกษาเล่าเรียนสามารถรับเอาความรอบรู้ได้ดียิ่งขึ้น
การเรียนพิเศษตัวต่อตัวนี้ ในสมัยปัจจุบันมีทางเลือกการติดต่ออยู่ 2 แบบ ได้แก่ การสื่อสารผ่านตัวอาจารย์โดยตรง กับการติดต่อผ่านโรงเรียนที่มีหน้าที่จัดสรรครูเพื่อไปสอนให้ผู้ศึกษาเล่าเรียน ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ ต่างก็มีจุดเด่นและข้อด้อยที่ต่างกันไป สามารถจำแนกได้ดังนี้

การเรียนพิเศษตัวต่อตัวโดยสื่อสารผู้สอนด้วยตนเอง มีจุดเด่นคือช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เนื่องมาจากเป็นการทำสัญญาราคาค่าสอนกับครูโดยตรง ไม่ต้องมีการหักหัวคิวกับทางโรงเรียน แต่ก็มีจุดด้อยคือ หากไม่รู้จักกับคุณครูเป็นการส่วนตัว หรือไม่เคยเฟ้นหาอาจารย์มาก่อน ก็จะเป็นเรื่องที่เหนื่อยยากทีเดียวกว่าจะหาครูมาอบรมสั่งสอนได้ อีกทั้งเราไม่อาจจะรู้ได้ว่าครูผู้สอนคนนั้นจะสามารถอบรมวิชาตามที่เราปรารถนาได้หรือไม่

การเรียนพิเศษตัวต่อตัวโดยติดต่อผ่านโรงเรียน มีจุดดีคือ ให้ความแน่แท้ในการคัดหาครูได้มากกว่า เนื่องจากทางโรงเรียนจะมีการระบุว่าครูคนนี้สามารถสั่งสอนวิชาอะไรได้บ้าง อีกทั้งในบางสถาบันยังช่วยเหลือเราเลือกสรรครูที่เหมาะกับอุปนิสัยทางการศึกษาให้ได้อีกด้วย บางครั้งเพียงแค่กรอกข้อมูลส่วนตัว และวิชาที่ปรารถนาสอนลงเว็บไซต์ของโรงเรียนเท่านั้น ทางสถาบันก็สามารถคัดครูมาสอนได้ทันที ไม่ต้องลำบากไปเสาะหาเอง แต่ข้อเสียก็คือ มีรายจ่ายค่อนข้างสูง เพราะว่าทางสถาบันมักคิดค่าใช้สอยในการเสาะหาด้วย บางครั้งอาจมีค่าใช้สอยเป็น 2-3 เท่าของการหาครูมาอบรมด้วยตัวเองเลยทีเดียว
การติดต่อสื่อสารเพื่อหาครูมาอบรมพิเศษแบบตัวต่อตัว ผู้ศึกษาจึงจำเป็นต้องพินิจพิจารณาความสามารถของตัวเองดูก่อน หากเห็นว่า ตนเองสามารถหาครูมาสอนพิเศษด้วยตัวเองได้ ก็ขอให้ใช้โอกาสติดต่อสื่อสารแรกเพื่ออดออมรายจ่าย แต่ถ้าเป็นการศึกษาเล่าเรียนพิเศษครั้งแรก ไม่รู้จักใครเลย ควรใช้โอกาสที่ 2 เพื่ออดออมเวลาในการหาก่อนจะดีกว่า หากศึกษาเล่าเรียนแล้วพบว่าใช่ ก็อาจจะพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับครูบุคคลนั้น เพื่อสื่อสารด้วยตนเองในภายหลังได้
การเรียนพิเศษตัวต่อตัว ดังที่แจ้งให้ทราบไปในข้างต้นว่าเป็นแบบการเรียนที่มีความคุ้นเคยสูง เพราะฉะนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เล่าเรียนทุกท่านต้องให้ความสำคัญ ก็คือ แบบการสอนของครูแต่ละมนุษย์ เนื่องจากครูแต่ละบุคคลย่อมมีแบบไม่เหมือนกัน บางมนุษย์เน้นย้ำวิชาการหนัก บางคนเน้นสอนแบบโปกฮาคลายเครียด ยิ่งพอมีความคุ้นเคยสูงด้วยแล้ว แบบเหล่านี้จะยิ่งแน่ชัดขึ้น ซึ่งการสอนแต่ละสไตล์จะเหมาะกับผู้เล่าเรียนแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน การเลือกสรรครูมาสั่งสอนพิเศษแบบตัวต่อตัว ผู้ศึกษาเล่าเรียนจึงควรพินิจพิเคราะห์แบบการสอนของครูบุคคลนั้นด้วยว่าเหมาะสำหรับเราหรือไม่ หากพบว่าไม่เหมาะ หรือพบว่าศึกษาเล่าเรียนแล้วไม่รู้เรื่อง เราอาจจะต้องแจ้งโรงเรียน หรือครูมนุษย์นั้นไปแบบตรง ๆ เพื่อที่เขาจะได้เปลี่ยนสไตล์ให้เหมาะสำหรับเรา หรือเสริมเติมวิชาการบางส่วนเข้ามาให้เราเล่าเรียนรู้เรื่องขึ้น อย่าปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปเพราะความเกรงใจ เพราะอาจทำให้การเล่าเรียนพิเศษนั้นไม่ได้อะไรเท่าที่ควร กลายเป็นการสิ้นเปลืองเงินไปเปล่า ๆ โดยไม่ได้ความรอบรู้อะไรกลับมา
ข้อสำคัญประการสุดท้ายที่ผู้เล่าเรียนควรสนับสนุนให้คุณครูทำการอบรมสั่งสอนเสริมเติม ก็คือ บทศึกษาที่ตนได้เล่าเรียนไปแล้วในโรงเล่าเรียน เนื่องมาจากครูสอนพิเศษบางบุคคลมักเตรียมเนื้อหาของตัวเองมา โดยที่ไม่ได้ทำการไถ่ถามก่อนว่าผู้เรียนตอนนี้ได้ศึกษาอะไรไปแล้วบ้าง หากเป็นเช่นนี้ ขอให้ผู้ศึกษาทำการบอกกล่าวครู เพื่อให้ครูทำการอบรมสั่งสอน หรือปรับให้เข้ากับเนื้อหาที่เตรียมมา อย่าปล่อยให้ครูอบรมไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้แจ้งเพราะเกรงอกเกรงใจ เพราะว่าหากปล่อยให้ครูอบรมสั่งสอนไปเรื่อย ๆ โดยเนื้อหาไม่ตรงกับที่สถานศึกษา การเล่าเรียนพิเศษนั้นย่อมเปล่าประโยชน์ ไม่เสริมให้วิชาการแน่นขึ้นได้
การเรียนพิเศษตัวต่อตัว ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับเสริมวิชาการที่เด็กนักเรียน นักเรียน และผู้ปกครองทุกท่านไม่ควรพลาด ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยเหลือสำหรับเสริมวิชาการของตนเองอยู่ ขอเสนอแนะให้ลองพูดคุยกับครูสอนพิเศษ หรือโรงเรียนที่ทำหน้าที่เลือกสรรครูสอนพิเศษดู การันตีว่าวิชาการของท่านจะรุดหน้าอย่างเห็นได้ชัด แถมยังให้ความกันเองระหว่างผู้สอนกับผู้เล่าเรียน อย่างที่การเล่าเรียนในห้องเล่าเรียนทำไม่ได้อีกด้วย
ขอขอบคุณ
บทความ เรียนพิเศษตัวต่อตัว: https://www.chulaguide.com/private-tutorial/, https://www.chulaguide.com/
รีวิว เรียนพิเศษตัวต่อตัว จาก Pantip: www.pantip.com

Tags : เรียนพิเศษตัวต่อตัว