ผู้เขียน หัวข้อ: สอนทำเบเกอรี่ มาการอง ของของหวานสีสันแจ่มใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ อาหารญี่ปุ  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

07-10-2018 , 14:47:40
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 49400
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

เรียนทำเบเกอรี่ มาการอง ของขนมสีสันแจ่มใส  หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ สอนทำอาหาร   เรียนทำขนมปัง ขนมไทย, ทำเบเกอรี่, เรียนทำเค้ก เบเกอรี่ฝรั่งเศส
 
เพราะเหตุไรธุรกิจร้านเบเกอรี่ถึงน่าลงทุน
สามารถทำผู้เดียวได้ เพราะถ้าพวกเราเริ่ม จากการรับขนมจากที่อื่นๆมาขาย นั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างผู้ช่วย ซึ่งคนเดียวก็สามารถดูแลร้านค้าได้เอง ทั้งสิ้น ไม่ต้องลงทุนสำหรับในการว่าจ้างผู้รับจ้าง และวุ่นวายกับคนโดยส่วนใหญ่
-เดี๋ยวนี้ ร้านเบเกอรี่ นั้น กับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ เพราะคนสมัยใหม่นิยม ไปนั่งตามร้านของหวาน เพื่อพัก นั่งคุย สนทนากับสหาย หรือนั่งอ่านหนังสือ เพื่อผ่อนคลาย การเปิดร้านขนมแบบเต็มแบบ ก็เลยตอบโจทย์ข้อนี้ได้ รวมทั้งทำรายได้ให้กับธุรกิจได้ อย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างไม่ต้องสงสัย
-ความชื่นชอบเบเกอรี่ ของคนรุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย เลือกกินเบเกอรี่เป็น อาหารจานด่วน หรือรองท้อง หลายท่านคงจะเคยทราบคำว่า “กองทัพจำเป็นต้องเดินด้วยท้อง” เมื่อคุณเดินทางไกล หรืออยู่ในช่วงเวลาเร่งรีบ ไม่สามารถหาที่นั่งรับประทานอาหารได้ การกินของหวานที่ซื้อข้างทาง จะช่วยให้คุณคลายหิวไปได้ ก่อนที่คุณจะทำธุระเสร็จ และไปกินอาหารมื้อใหญ่ต่อไป
การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่
ก่อนที่จะลงทุนในธุรกิจใดๆก็ตามก็จำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่ต่างกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงความพร้อมก่อนการลงทุน ซึ่งเช่น
เงินทุน
สำคัญเป็นลำดับต้นๆก็เนื่องจากเงินลงทุนคือปัจจัยหลักที่จะช่วยทำให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนที่จะมีการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมนาๆประการตามลักษณะของธุรกิจว่าอยากได้ให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็ต้องพินิจพิจารณารวมทั้งพิจารณาตามกำลังของตัวอง เนื่องจากด้วยทั่วๆไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นไปที่สิ่งของปกรณ์ ซึ่งถือได้ว่าต้นทุนคงเดิม และก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาภายในเวลาไม่นาน โดยเหตุนี้ควรที่จะทำการเลือกใช้เครื่องใช้ไม้สอยที่คุณภาพดี มีการรับประกัน แม้ว่าจะราคาแพงแต่ว่าเชื่อมั่นได้ถึงประสิทธิภาพ
ส่วนต้นทุนอีกอย่างหนเรียกกันว่าต้นทุนผันแปรแปร ยกตัวอย่างเช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือค่าใช้สอยที่เปลี่ยนได้ ถือว่าเหล่านี้เป็นเงินลงทุนที่นักลงทุนเองจำต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อสามารถเงินลงทุนสามารถเวียนได้อย่างไม่ติดขัด
-ความรู้ความชำนิชำนาญ
จำเป็นสำหรับผู้ที่อยากได้เริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดมาก เพราะว่าควรทำความเข้าใจถึงใอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และก็วัตถุดิบทั้งหมดทุกอย่างสำหรับในการทำเบเกอรี่ ควรทำความเข้าใจว่าแป้งมีกี่จำพวก น้ำตาลหรือวัตถุดิบตัวอึ่นๆมีคุณสมบัติอย่างไรใช้เป็นส่วนประกอบในเบเกอรี่แต่ละชนิดเพื่ออะไร นอกเหนือจากนั้นยังจำเป็นต้องฝึกหัดรวมทั้งชำนิชำนาญสำหรับเพื่อการทำ เบเกอรี่มากพอที่จะควบคุมประสิทธิภาพและก็รสชาติได้ เพื่อให้ขนมที่ผลิตมีคุณภาพแล้วก็รสชาติที่เหมือนกัน
ในช่วงเวลานี้ มีโรงเรียนสอนทำเบเกอรีเยอะมาก เราสามารถเลือกเรียนได้ ได้ตามอยากได้ ทั้งสามารถเลือกเฉพาะวิชาที่สนใจได้ ซึ่งส่วนใหญ่แม้เขาเรียนเพียงหลักสูตรเดียวก็สามารถเอามาปรับใช้แล้วก็ทำขายได้โดยทันที รวมทั้งการศึกษาสูตรรวมทั้งแนวทางการทำจากเพื่อนพ้องหรือญาติ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องเลยค่าใช้สอยสำหรับในการเข้าห้องเรียนกับสถานที่เรียนสอนทำเบเกอรี่ต่างๆ
-ศึกษาเล่าเรียนตลาดรวมทั้งคู่แข่ง
ผู้ผลิตควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าถึงสถานการณ์การตลาดเพื่อกระบวนการทำความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจของพวกเรา ควรศึกษาว่ากาตลาดเบเกอรี่ในช่วงนั้นๆเป็นอย่างไร มีกลุ่มคู่ปรปักษ์จำนวนราวๆกี่ราย และก็แต่ละรายมีข้อเด่นข้อด้อยอะไรบ้าง รวมทั้งพวกเราต้องหาลักษณะเด่นของพวกเรา และปรับยุทธวิธีเพื่อให้สู้กับคู่แข่งให้ได้ การ มองหา ร้านขายของสำหรับฝากขายมีความสำคัญมากสำหรับการที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของพวกเราก้าวไปด้านหน้าหรือจะถอยหลัง ร้านที่เห็นสมควรมีความสนใจเป็นร้านค้าที่อยู่ในย่านชุมชน มีทำเลดี มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าไว้พร้อม มีการเคลื่อนของปริมาณลูกค้าและหมุนเวียนสินค้าทั้งวัน และทางร้านมีทิศทางที่จะช่วยเสนอสินค้าของพวกเรา เพื่อไม่ให้สินค้าของเราถูกกักไว้เพื่อรอคอยส่งกลับคืนสิ่งเดียว
-หาแหล่งวัตถุดิบที่สมควรทั้งเรื่องราคารวมทั้งคุณภาพ
การซื้อวัตถุดิบสำหรับเฉพาะกระบวนการทำเบเกอรี่ ย่อมทำให้ได้วัตถุดิบที่แพงถูกกว่าซื้อตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป และยังคงได้วัสดุอุปกรณ์สำหรับในการทำเบเกอรี่อย่างครบถ้วน
ลักษณะของธุรกิจร้านเบเกอรี่ อาชีพอิสระ รายได้ดี
-รับขนมจากที่อื่นๆมาขาย
Bakery ยี่ห้อ HOME ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต เป็นตัวอย่างสุด Classic ของ ร้านขนมปัง รูปแบบนี้ เราจะเห็นคนนำของหวานยี่ห้อ HOME มาเดินขายดังที่ต่างๆหรือจัดโต๊ะขายก็ตาม รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่เริ่มต้นง่าย เพียงแต่ไปรับขนม รวมทั้งเอามาตั้งขาย ไม่ต้องจมทุนไปกับการซื้อเครื่องอบขนม ไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงทำ รวมทั้งขนมที่ขายอร่อยแน่ๆ
- ทำของหวานขายเอง
แม้คุณมีเงินทุนเยอะขึ้นมาหน่อย และก็เคยไปเรียนทำ Bakery มา หรือมั่นใจในความสามารถ ธุรกิจร้านขนมปังจำพวกนี้ จะทำเงินได้มากกว่า เพราะพวกเราไม่ต้องไปรับขนม มาจากที่อื่น ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมา แพงกว่าของหวานที่พวกเราทำเองอย่างแน่แท้ แต่ว่าก็จะต้องทดลองชั่งน้ำหนักดูว่า เงินทุนที่ลงเพิ่มไป จะคุ้มกับรายได้ที่ได้มากขึ้นมาหรือไม่
- ร้านขนมปังพร้อมที่นั่ง แบบเต็มแบบ
ถ้าไม่ได้อยากขายแค่ Bakery สิ่งเดียว รวมทั้งรู้สึกว่าของหวานที่สร้างขึ้นมา มีดีกว่าแค่จะเป็นร้านทั่วๆไป ก็เปิดร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มแบบได้เลย เนื่องจากว่าราคาขนมจะขายได้แพงกว่า 2 แบบแรก โดยมีจุดหมาย ให้เป็นจุดสำหรับนัดพบ สำหรับผู้ที่มาทานขนม นั่งคุยกัน หรือนั่งอ่านหนังสือ ซึ่งเข้ากับ Lifestyle ของคนสมัยใหม่ด้วย
 
สูตรคัพเค้ก
คัพเค้กสตรอว์เบอร์รี
สำหรับคนอยู่หอ หรือมนุษย์คอนโดที่ไม่มีเตาอบแต่อยากทำคัพเค้กสำหรับปาร์ตี้ปีใหม่ ขอแนะนำคัพเค้กสตรอว์เบอร์รี ทำง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟ จุดเด่นคือ ใส่เนื้อสตรอว์เบอร์รีลงไปในเนื้อเค้กด้วย และยังตกแต่งด้วยวิปปิ้งครีมและสตรอว์เบอร์รีสดอีก ลองทำดูนะคะ ฟินจริง ๆ
ส่วนผสม คัพเค้กสตรอว์เบอร์รี
- แป้งเค้ก 200 กรัม
 - แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
 - เกลือป่น
 - ผงฟู 1/2 ช้อนชา
 - ผงวานิลลา 1/2 ช้อนชา
 - เนยเค็ม 250 กรัม
 - น้ำตาลทราย 250 กรัม
 - ไข่ไก่ 5 ฟอง
 - นมข้นจืด 50 มิลลิลิตร
 - กลิ่นสตรอว์เบอร์รี 1 ช้อนชา
 - สีผสมอาหารสีแดงสตรอว์เบอร์รี 1 ช้อนชา
 - สตรอว์เบอร์รีในน้ำเชื่อม หรือสตรอว์เบอร์รีสด
 - วิปปิ้งครีม (สำหรับแต่ง)
 - สตรอว์เบอร์รีสดฝานบาง (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำคัพเค้กสตรอว์เบอร์รี
1. ร่อนแป้งเค้กกับแป้งข้าวโพด เกลือป่น ผงฟู และผงวานิลลาเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
 2. ตีผสมเนยเค็มกับน้ำตาลทรายด้วยตะกร้อมือจนจนขึ้นฟู ค่อย ๆ เติมไข่ไก่ลงไปตีผสมจนเข้ากัน เติมส่วนผสมแป้ง นมข้นจืด กลิ่นสตรอว์เบอร์รี และสีผสมอาหารสีแดงสตรอว์เบอร์รี ตีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ใส่สตรอว์เบอร์รีในน้ำเชื่อมลงไป ใช้พายยางคนผสมจนเข้ากัน
 3. ตักส่วนผสมคัพเค้กใส่พิมพ์ นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟแรงประมาณ 170 องศาเซลเซียส เวลา 5-10 นาที หรือจนเค้กสุก นำออกจากไมโครเวฟ พักไว้จนเย็นสนิท แต่งหน้าให้สวยงามด้วยวิปปิ้งครีม และสตรอว์เบอร์รีสด พร้อมเสิร์ฟ


เค้กถ้วยช็อกโกแลต
ใครมีไมโครเวฟเอาออกมาปัดฝุ่นกันหน่อย จะได้เอามาทำเค้กถ้วยช็อกโกแลต สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1860279 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใส่ข้าวโอ๊ตผสมแป้งมะพร้าว เติมกรีกโยเกิร์ต ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ผงโกโก้ เสิร์ฟในถ้วยเล็กกะทัดรัด อิ่มอร่อยพอดีท้อง
ส่วนผสม เค้กถ้วย
• ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ
 • แป้งมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
 • ผงโกโก้แท้ 1 ช้อนโต๊ะ
 • ไข่ขาว 1 ฟอง
 • กรีกโยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ
 • ผงฟู เล็กน้อย
 • เกลือทะเล เล็กน้อย
วิธีทำเค้กถ้วย
1. หาแก้วที่เข้าไมโครเวฟได้ ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกลงไปค่ะ
 2. นำส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน และเทใส่แก้วที่ฉีดสเปรย์น้ำมันมะกอกไว้แล้ว
 3. นำเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟ 800 วัตต์ ประมาณ 1.30 นาที นำออกมาเสิร์ฟ

 
 
ที่ไปที่มาของขนมสีสันแจ่มใส มาการูนหรือมาการอง (Macaroon)
มาการูน หรือ มาการอง (Macaroon) ของหวานรูปวงกลมเชื้อชาติประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีสีสันผ่องใส ใส่ไส้ตรงกลาง ชักชวนให้น่าอร่อย กำลังเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามรวมทั้งประสบพบเห็นกันได้มากมายก่ายกองตามห้าง ร้านเบเกอรี่ หรือในโฮเต็ลเมืองไทยบัดนี้
 ผู้ใดกันแน่จะทราบบ้างว่าต้นกำเนิดที่จริงจริงของอาหารหวานทรงกลมสีสันสดใสที่น่าอร่อยนี้เป็นของหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี มาจากคำว่า "Maccaone หรือ Maccherone" ในภาษาอิตาลี มาการองหรือมาการูน เปิดตัวหนแรกในปี คริสต์ศักราช 1553 โดยเชฟหญิงชาวอิตาลีที่มีนามว่า Catherine de Medicis ในงานมงคลสมรสของเธอกับ Duc d'Orleans หรือกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของฝรั่งเศส ในอีก 21 ปีถัดมานั่นเอง
มาการองหรือมาการูน เริ่มต้นเป็นของหวานที่ทำขึ้นมาง่ายๆจากอัลมอนต์ น้ำตาลและก็ไข่ขาวเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่แพงไม่แพงรวมทั้งมีคุณค่าทางอาหาร มีการบันทึกไว้ว่าหลานสาวของ Catherine de Medicis และก็ชาวฝรั่งเศสใช้กินเพื่อประทังชีวิตในยุคข้าวยากหมากแพง
จนตราบเท่าช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หน้าตาของ มาการองหรือมาการูน ก็เปลี่ยนไปเป็นขนมที่มีชีวิตชีวาฉูดฉาด แล้วก็เอามาการูนสองแผ่นมาประกบกันโดยมีไส้ "chocolate panache (ช็อกโกแล็ตผสมครีม)" โดย Pierre Desfontaines หลายชายของ Louis Ernest Laduree (Laduree pastry and Salon de the,rue Royale) ร้านขนมปังมีชื่อในฝรั่งเศส
วิธีการทำมาการองโดยประมาณเป็น การผสมไข่ขาว น้ำตาลทราย รวมทั้งอัลมอนด์ล้วนๆบดละเอียดจนกระทั่งเป็นผงเหมือนแป้ง เรียกส่วนประกอบนี้ว่า เมอแรงก์ (meringue) ตักเมอแรงก์ใส่กรวยแล้วบีบลงบนถาดอบเป็นชิ้นกลมๆขนาดเล็ก แล้วก็ถูกตากทิ้งไว้สักพักแล้วจึงนำเข้าเตาอบ ออกมาเป็นฝามาการอง (Shell) แล้วทำไส้สอดไว้ตรงกลาง
 กระบวนการทำมาการองต้นตำรับ ไม่เหมือนกันตั้งแต่วิธีจัดเตรียมเมอแรงก์แบบที่นิยมทำกันในขณะนี้ วิธีการทำมาการองแบบเจ้าตำรับนั้นจะต้องใช้วิธีเตรียมเมอแรงก์แบบ "เฟรนช์ เมอแรงก์ (French Meringue)" เป็นการตีไข่ขาวกับน้ำตาลทรายแบบไม่ต้องต้ม ใช้มือเบาๆตีไปเรื่อยซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่คนประเทศฝรั่งเศสทำมาเมื่อร้อยปีให้หลัง ร้านมาการองที่เป็นที่รู้จักในขณะนี้ของฝรั่งเศสก็ยังคงใช้แนวทางดั้งเดิมนี้อยู่ แต่ในเวลานี้คนโดยมากไม่มีผู้ใดทำแล้ว ด้วยเหตุว่าวิธีทำยุ่งยากกว่าวิธีต้มน้ำตาลด้วยความร้อนซึ่งจะทำให้ผิวของมาการองแตกต่าง และก็แบบเริ่มแรกจะต้องใช้เวลาตากที่อุณหภูมิห้องอย่างน้อย 3 ชั่วโมงถึงจะนำเข้าอบได้ เวลาที่แนวทางต้มน้ำตาล ทิ้งไว้เพียงแค่ 15 นาที ก็นำเข้าเตาอบได้เลย
มาการองปัจจุบันนี้นิยมต้มน้ำตาลที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อรวมกับไข่ขาวจะมีความแน่นรวมทั้งคงตัวช่วยไม่ให้ผิวหน้ามาการองแตกจากการอบ ผิวเรียบสวย แต่ไม่มีความนุ่มพอๆกับแนวทางตีน้ำตาลทราย ไข่ขาวและก็ผงอัลมอนด์ให้ขึ้นฟูเบาๆซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญ
กระบวนการทำมาการองเจ้าตำรับแบบ เฟรนช์ เมอแรงก์ ทำให้จับตัวได้ฝามาการอง (Shell) ซึ่งผิวสัมผัสภายนอกจะกรอบบางๆกัดหน่อยนึงจะเจอความนุ่มของเนื้อเชลล์แทบละลายในปากผสมกันจนกลมกลืไปกับรสชาติของไส้
คุณสมบัติเฉพาะของมาการองอีกจุด คือ "ชายอุบายฝรั่งเศส (skirt)" เป็นส่วนที่เป็นรอยหยักๆบริเวณรอบๆขอบเชลล์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากส่วนผสมและก็การอบที่สมควร หากอบแล้วไม่มีสเกิร์ตเกิดขึ้น ตัวเชลล์จะแปลงเป็นขนมผิงที่กรอบทั้งชิ้น
|
ขมป้งบ้านครูแอน อร่อย การันตี เรียนแล้วทำเป็น ชัวร์
|
อยากทำขนมเค้กเป็น อยากทำขนมอร่อยๆ เรียนกับครูแอนเลย
|
ทำขนมเค้กกินเอง ขนมปัง เบเกอรี่ บ้านครูแอน สอนเป็นกันเอง เรียนจบต้องทำเป็นให้จงได้
}
คอร์สแต่งหน้าเค้ก ไส้ขนมปัง เปิดร้านเบเกอรี่ (สอนส่วนตัว) อร่อยเหาะ

ขอบคุณบทความจาก : http://www.annann201.com/

Tags :  ทำเค้ก, ขนมปัง,เรียนทำอาหาร